นอกจากนั้น ยังสะท้อนบุคลิกสปอร์ตได้อย่างลงตัวยิ่งขึ้น ตกแต่งด้วย 2 โทนสี แบบ ทูโทน ทั้งสีเทาดำ และสีเบจครีม โดยมีการเสริมลายไม้ในบางรุ่นเพื่อเพิ่มความหรูหราอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น พื้นที่ใช้สอย กว้างขวางให้ความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย เบาะนั่งตอนหลังมีขนาดใหญ่พอสำหรับผู้โดยสาร 3 คน พร้อมพนักพิงศีรษะ ซึ่งเบาะตอนหลังสามารถพับได้ในอัตราส่วน 60 / 40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุก สัมภาระ และที่สำคัญเชฟโรเลตยังติดตั้งกล่องแช่เย็นไว้ที่ช่องเก็บของด้านหน้าให้กับ Optra ทั้งรุ่น Sedan และ Estate เป็นรายแรกของรถยนต์ในระดับเดียวกัน
   ส่วนระบบส่งกำลังมีให้เลือกสัมผัสทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรืออัตโนมัติ 4 จังหวะที่ได้รับการออกแบบ และปรับปรุงอัตรา ทดให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานทั้งสมรรถนะในด้านอัตราเร่งและความประหยัดน้ำมัน เชื้อเพลิง ในรุ่นเกียร์ธรรมดามีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 10.7 วินาที และความเร็วสูงสุด 187 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติอยู่ที่ 11.9 วินาที และ 184 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ตามลำดับ)
    อีกทั้งยังติดตั้งระบบความปลอดภัยที่ครบครันตามมาตรฐานของ GM หรือ General Motors เช่น ถุงลม นิรภัยฝั่งคนขับในทุกรุ่น และถุงลมนิรภัยฝั่งผู้โดยสารในบางรุ่น โครงสร้างตัวถังนิรภัย Survival Zone พร้อมคานกันกระแทกด้านข้าง ที่ผ่านการทดสอบด้วยมาตรฐานระดับโลก ระบบเบรก ABS และระบบกระจาย แรงเบรก EBD ฯลฯ
   นับเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่ากับทางเลือกใหม่แห่งความอเนกประสงค์ที่เคียงคู่กับความปราดเปรียว และ สมรรถนะในการขับขี่ Chevrolet Optra Estate เปิดตัวในเมืองไทยกับราคาเริ่มต้นที่ 766,000 บาท ในรุ่น 1.6 MT เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และ 826,000 บาท ในรุ่น 1.6 AT เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่โชว์รูม Chevrolet ทั่วประเทศ
 
 
 
 
       Copyright 2005 Demand De l' homme