ผมเริ่มหวั่นใจบนไฟล์ทยาวกว่า 22 ชั่วโมงสู่แวนคูเวอร์ ที่เต็มไปด้วยชาวเอเชียอย่างอินเดียและชาวจีน เนื่องแน่นเครื่องบินขนาด 400 ที่นั่ง ว่าเรากำลังจะได้สัมผัสกับกลิ่นไอแห่งเอเชียที่แคนาดาหรือเปล่า
    ทว่าการเดินทางมาเที่ยวยังฝั่งตะวันตกของแคนาดาในทริปนี้ ระดับความหฤหรรษ์คงเปรียบได้กับกราฟที่ เริ่มต้นจากศูนย์และค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นขณะที่เราใช้เวลากับมันมากขึ้นในเมืองใหญ่ของรัฐบริติชโคลัมเบีย แห่งนี้
    การมาเยือนดินแดนแคนาดาตะวันตกนี้ หากจะให้ลึกซึ้งก็ควรจะหาโอกาสได้ศึกษาเรื่องราว ความเป็นมา ของผู้คนและ เมืองกันเสียก่อนและจะให้ดีที่สุด เราควรหาเวลาไปเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งมานุษยวิทยาหรือ Museum of Anthropology ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบียกันเสียก่อน เพราะที่นี่เต็มไปด้วยวัตถุ โบราณและงานศิลปะ ไม้แกะสลักขอ งชาวอินเดียนแดงที่จะศึกษาเรื่องราวของบรรพชนท้องถิ่นได้อย่าง มากมาย รวมทั้งเสาไม้แกะสลัก Totem Poles ที่มีมานับตั้งแต่ชนผิวขาวยังไม่มาตั้งรกรากบนแผ่นดิน แคนาดา
    แม้จะต้องนั่งรถออกมาจากเมืองกว่า 10 กิโลเมตร แต่พิพิธภัณฑ์นี้ก็คุ้มค่าที่จะเสียเวลาดั้นด้นมาชมในบ่าย วันหนึ่งที่อยู่ในแวนคูเวอร์ เมื่อทำความรู้จักกับเมืองแล้ว เราอาจหาเวลาอีกสักหน่อยมุ่งตรงไปยัง Stanley Park อันเป็นสวนสาธารณะที่ดูเหมือนป่าขนาดใหญ่ที่มีต้น Cedar, Douglas Fir และเมเปิ้ลอันเป็น สัญญลักษณ์ของประเทศแคนาดาให้ดูอีกด้วย
   รอบๆ สแตนลีย์พาร์คยังมีทิวทัศน์อันงดงามโดยรอบที่เราจะได้เห็นอ่าวแวนคูเวอร์และส่วนต่างๆ ของเวิ้งอ่าว ที่จะพิสูจน์ถึงความเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งทวีปอเมริกาตะวันตก และอีกอย่างที่ควรจะไปเยี่ยมชมก็คือ อะควาเรี่ยมที่เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ยิ่งใหญ่แห่งรัฐบริติชโคลัมเบีย และที่นี่เราจะได้สัมผัสกับปลาวาฬ เบลูกาสีขาวขนาดยักษ์อย่างใกล้ชิด สัตว์น้ำขนาดมหึมานี้จึงเป็นพระเอกของการมาทัวร์อะควาเรี่ยมที่แวน คูเวอร์และเราคงอดไม่ได้ที่ จะคว้าของที่ระลึกที่มีรูปปลาวาฬเบลูกามาสักชิ้นสองชิ้นในร้านขายของที่ระลึก
 
 
 
 
       Copyright 2005 Demand De l' homme