ทราบมาว่าคุณไปเมืองนอกตั้งแต่ยังเด็กมาก ไปเมื่อไรครับ
    ผมไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 9 ขวบ อยู่ที่นั่น 6 ปี ก็ย้ายไปอยู่ฟลอริด้าอีก 5 ปี จบ Business Manage ment ที่ไมอามี่ แล้วไปเรียนปริญญาตรีด้าน Hotel& International Management ที่สวิตเซอร์แลนด์ ที่ เลือกเรียนสายนี้ไม่ใช่เพราะที่บ้านแนะนำนะครับ ครอบครัวผมจะให้อิสระเต็มที่ ถึงแม้ว่าเราจะมีธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์และมีหุ้นส่วนอยู่ในโรงแรมก็เถอะ แต่ก็เป็นไปได้ว่ามันคือส่วนที่ช่วยผลักดันให้ผมชอบด้านนี้ ตอนเด็ก ๆ ผมจะคลุกคลีหรืออยู่กับบรรยากาศของบ้านพักตากอากาศหรือโรงแรมบ่อยมาก เลยซึมซับเข้าไป เวลาไปโรงแรม ผมก็ชอบแอบไปดูห้องโน้นห้องนี้ ไปดูห้องอาหารว่าเขาทำงานกันยังไง ห้องลอนดรี้ เฮ้าส์ คีปปิ้ง อะไรแบบนี้ สนุกฮะ
    เรียนจบก็กลับมาช่วยธุรกิจครอบครัวที่ศรีพันวาเลยหรือครับ
    จบใหม่ๆ ผมไปทำงานที่อิตาลีก่อน ไปเป็น Management Trainee ในโรงแรมที่นั่นอยู่พักใหญ่ เก็บ ประสบการณ์แล้วก็กลับมาทำงานที่ออฟฟิตกรุงเทพฯ อยู่พักหนึ่ง ถึงมาที่ศรีพันวา ภูเก็ต แต่เดิมคุณพ่อมา สร้างที่ตรงนี้ไว้เป็นบ้านขาย ผมเลยไปขอคุณพ่อว่าอยากให้กันไว้ส่วนหนึ่งไว้เป็นโรงแรม เพราะผมมอง ว่ามันเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับพื้นที่ เป็นการตลาดรูปแบบใหม่ ซึ่งคุณพ่อก็เห็นด้วย ก็มาอยู่ที่นี่ได้ปีเศษแล้ว ครับ มาอยู่ทั้งๆ ที่ไม่เคยอยู่ภูเก็ตมาก่อน เพื่อนก็ไม่มีนะ แต่ผมไม่กังวล ชอบความท้าทายครับ
    ในความรับผิดชอบ คุณต้องดูแลอะไรบ้างครับ
     โดยตำแหน่ง ผมคือ Hospitality & Business Development Sri Panwa At Phuket หลักๆ จะดูแล ด้านการบริหารจัดการและการตลาด แต่ก็มีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นด้านอาร์คิเทกด้วย ที่จริงเรามีมือ อาชีพดูแลงานก่อสร้างและดีไซน์อยู่แล้วล่ะครับ แต่ยังไงล่ะ... มันเหมือนกับว่าที่นี่เป็นศูนย์รวมจินตนาการ ของครอบครัว
    ก่อนจะเปิดที่นี่ผมทำงานหนักมาก ไปพาเพื่อนจากต่างชาติ สกรีนมาเลย 5 ชาติ ซึ่งบางคนก็เป็นเพื่อน เรียนของผม บางคนผมรู้จักตอนทำงานโรงแรม มีทั้งคนรัสเซีย อเมริกัน ฮ่องกง เยอรมัน และที่ขาด ไม่ได ้เลยคือคนไทย ผมชวนเขามาทดลองพักก่อน แล้ววานให้เขาช่วยออกไอเดียในฟังค์ชั่นที่เขาถนัด เราเลย ได้ความคิดที่หลากหลายและกว้างขึ้น ผมก็เอาความคิดนั้นนั่นแหละมาแนะนำคนของเราอีกที ปรับตรงนั้น ตรงนี้จนออกมาเป็นอย่างที่เห็น ที่ผมเลือกเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาช่วยนี่มีข้อดีนะครับ ประหยัดเวลา เพราะเขา รู้จักผม รู้ว่าผมต้องการยังไง รสนิยมเป็นแบบไหน มันเลยไม่ต้องจูนหรืออธิบายกันมาก ก็ได้งานเร็ว (ยิ้ม)
     อายุแค่ 24 ปีเท่านั้น แต่ต้องมาดูแลธุรกิจระดับพันล้าน เคยรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบที่ หนักเกินกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันหรือเปล่า
     ผมไม่รู้ว่างานหนักคืออะไร ที่จริง 3 ปีก่อนผมก็เริ่มทำงานแล้วนะ แล้วการเรียนของผมโดยเฉพาะที่ อเมริกาเน้นการทำงานจริงมากกว่าเรียน เลยรู้สึกการทำงานเยอะ ลุย เป็นเรื่องปกติ อีกอย่างผมไม่ได้ถูกเลี้ยง มาแบบคุณหนู คุณพ่อคุณแม่จะส่งเงินให้เฉพาะเท่าที่จำเป็น เช่น ค่าเช่า ค่าเทอม ที่เหลือผมต้องดูแลตัวเอง จะ เรียนอะไรต้องหาเอง ศึกษาเอง ตัดสินใจเอง อยากเที่ยวเล่นที่ไหนต้องทำงานหาเงิน คุณพ่อคุณแม่ปลูกฝัง มาตลอดให้ช่วยเหลือตัวเอง
 
 
 
 
 
       Copyright 2005 Demand De l' homme