| |
แล้วชื่อเสียงของคุณพ่อที่เป็นคนดังในวงการอสังหาฯและสังคมชั้นสูงล่ะ มีผลต่อคุณไหม รู้สึกกดดันหรือเปล่า
ไม่ครับ ไม่กดดันอะไร ผมกลับคิดว่ามันเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง แต่ก็ยอมรับว่ามีผลต่อการทำงานบ้าง ตอนแรกที่เข้ามาทำงานก็ถูกมองเหมือนกันว่าเข้ามาได้เพราะเป็นลูกคุณพ่อ เป็นหลานคุณชาญ ถึงพนักงาน เก่าๆ จะรู้ว่าผมเรียนจบด้านนี้ เคยฝึกงานมา แต่เขาไม่เห็นรายละเอียดว่าผมทำอะไรได้บ้าง มันก็มีข้อสงสัย เพราะฉะนั้นตอนเข้ามาใหม่ๆ ผมเลยไม่เร่งที่จะออกความคิดเห็น ผมต้องให้เวลาตัวเองและพนักงานเก่าแก ่เพื่อปรับตัวเข้าหากันด้วย เดินมาเจอกันครึ่งทางซะก่อน แรกๆ มีคำถามบ่อยเหมือนกันว่าไหวไหม... ผมก็ต้อง พรู๊ฟตัวเองไป ช่วงโปรเบรชั่น 4 เดือนแรกนี่ต้องพิสูจน์ตัวเองเยอะนะครับ
ระดับคุณต้องมีโปรด้วยหรือ
( หัวเราะ) มีครับ เหมือนพนักงานปกติ งานคืองานครับ เพราะบริษัทฯ ของเราเป็นมหาชน มีเอ็กซ์คิวทีฟ บอร์ด มีคอมมิตตี้ ดูแลการบริหารชัดเจนตามลำดับ ถึงตำแหน่งผมจะเป็นกรรมการคนหนึ่งในชาญอิสสระ เรสสิเด้นท์ แต่ก็ต้องทำงานตามขั้นตอน เคารพความคิดของทุกคน ถ้าผมทำงานไม่สำเร็จ ผมก็ถูกตำหนิ ถูกลงโทษ ผมถึงต้องซีเรียสกับการทำงานในทุกสเต็ป เอาให้สำเร็จให้ได้ แล้วความเชื่อถือจะมาเอง ซึ่งผม ก็สนุกกับการทำงานแบบนี้นะ คนชอบมองอยู่เรื่อยแหละครับว่าอย่างผมอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แค่นี้ก็ สบายแล้ว แต่มันไม่ใช่ผมน่ะ ผมภูมิใจที่ทำอะไรด้วยตัวเอง มีอนาคตได้ด้วยตัวเอง ผมถึงต้องทำงานหนักไง เดี๋ยวไม่มีอนาคต (หัวเราะ)
หลักในการทำงานของคุณคืออะไร
ผมคิดเสมอว่าลูกค้าคือทีมงานของเรา ไม่ใช่แค่ผู้มาพักชั่วครั้งชั่วคราว ต้องให้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งกับเรา พยายามโฟกัสความต้องการพื้นฐานของลูกค้าอย่างลึกๆ ทุกจุด รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ต้องให้ผลบวก และเป็นอย่างที่เขาต้องการ หรือชอบจริงๆ เท่านั้น ซึ่งผมจะได้ข้อมูลมาจากการวิจัย ยิ่งมีข้อมูลมากก็ยิ่ง วิเคราะห์ได้ง่ายว่าต้องทำอะไรบ้าง ที่สำคัญอย่ากลัวปัญหา ปัญหาทุกปัญหาถึงแม้มันจะทรมานนะ แต่ว่าจะมี ข้อดีอยู่ ผมว่าคนเราเรียนจบมาโดยตรงก็จริง แต่อย่าคาดหวังนะครับว่าจะทำงานได้ดี มันต้องมีประสบการณ ์ด้วย ผมสนุกกับปัญหามาตลอด มองว่ามันท้าทาย ตอนอยู่เมืองนอกมี Issue เยอะครับ ที่โน่นไม่มีใครรู้จัก ด้วยว่าพ่อผมเป็นใคร ผมนามสกุลอะไร ก็ยังแก้ปัญหาได้ดี อย่าหนีปัญหา เพราะจะทำให้ได้ประสบการณ์
เป็นคนมุ่งมั่นในการทำงานมากขนาดนี้ ให้เวลากับตัวเองโดยไม่มีเรื่องงานบ้างไหม
มีครับ เวลาไปกรุงเทพฯ ทีไรผมก็ไปเที่ยว ที่จริงอยู่ภูเก็ตก็เที่ยว ไปนอนเล่นชายหาด เล่นเซิร์ฟ เหมือน หนุ่มๆ ทั่วไป ปกติครับ (ยิ้ม) จริงๆ งานเซอร์วิสนี่ไม่มีเวลาพักแน่นอนหรอก ตราบใดที่อยู่ในโรงแรมต้อง พร้อมทำงานตลอด ดูเหมือนเวลาพักกับงานโอเว่อร์แล็ปกันอยู่ครับ ผมก็เลยเอาเวลางานนั่นแหละมาเล่น (หัวเราะ) ผมชอบเข้าไปในครัว ไปดูเขาทำอาหารกัน (หัวเราะ) บางวันก็จะหาเวลาไปพูดคุยกับคนสวน คนขับรถและพนักงานระดับต่ำกว่าแมนเนเจอร์บ้าง เพราะมันเจาะลึกปัญหาได้ชัดเจนกว่า ส่วนจันทร์-อังคารเป็นเดย์ออฟของผม ผมก็จะไปชายหาด แต่ถ้าไนท์ไลฟ์ผมจะมาที่กรุงเทพฯ ไปฟังดนตรีแจ๊ซ หรือไม่ก็ไปฟังเพลงที่กทม.
|
|
| |
|
|