ทราบมาว่า คุณเคยประสบกับมรสุมชีวิตอยู่พักหนึ่ง ช่วยเล่าให้เราฟังสักนิดค่ะ
   ผมเคยคิดทำรายการวิทยุ เราทำงานอยู่สายนี้ก็คิดว่าขยับไปทำอะไรที่มันกว้างขึ้นดีกว่า ก็สรุปว่าจะทำรายการตอบปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ ก็ไปขอเช่าเวลาที่ 97.5 Mhz.ของอ.ส.ม.ท. ช่วง 3 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม เป็นดีเจเองเลยครับ แต่ทำอยู่ได้ 6 เดือนก็เริ่มมีปัญหา เพราะค่าใช้จ่ายสูงมากเดือนหนึ่งจะเหยียบล้าน สายป่านต้องยาวจริงๆ นะทำธุรกิจนี้ แล้วสปอนเซอร์ไม่มากเท่าที่คิด ก็พยายามแก้ปัญหา ไปชวนเพื่อนที่ทำบริษัทโปรดักชั่นด้วยกันนี่แหละมาลงเงินด้วย เลยดึงกันลงมาหมด เจ๊งทั้งสองบริษัทเลยครับ
   ตอนนั้นผมอายุ 26 แต่มีหนี้สินเกือบสิบล้าน เป็นการล้มอย่างแรงเลย หมดทุกอย่างจริงๆ กลายเป็นคนขี้กลัว ใครมากดออดหน้าบ้าน ผมวิ่งไปหลบหลังตู้ มอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าบ้านก็ผวา หมาเห่ากลางคืนก็เอาแล้ว เจ้าหนี้แน่ๆ เครียดมาก เข้าใจเลยว่าเหลือเงินอยู่แค่ 20 บาทในกระเป๋าเนี่ยเป็นยังไง คิดอะไรไม่ออก ชีวิตผมวนเวียนอยู่แค่ตื่นเช้ามารอให้ค่ำ ค่ำรอให้เช้าอย่างนั้นเลย ที่ร้ายแรงสุดๆ คือเจ้าหนี้นอกระบบบุกเข้ามาในบ้าน เอาปืนจ่อเลยนะครับ แล้วยึดรถไปสองคัน วันนั้นแม่ก็อยู่ด้วย ไม่เคยร้องไห้ก็ร้องวันนั้นแหละ
หนักหนาขนาดนั้น คุณคิดแก้ปัญหาจนผ่านมาได้ยังไง
   อย่าอยู่นิ่งครับ ถึงจะกลัวยังไง แต่ถ้าอยู่เฉยๆ ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ตอนนั้นแค่ 500 บาทยังหาไม่ได้ ยืมใครก็ไม่กล้า เพราะเขามองกันอยู่แล้วว่าผมบ้า เลยตัดสินใจว่าเลิกหยิ่งเหอะ หางานเอา แล้วดันไม่มีทรานสคริปต์ (ยิ้ม) ซึ่งมันเป็นหลักฐานสำคัญของการสมัครงาน เลยตัดสินใจขับแท็กซี่ เพราะมันง่ายสุดแล้ว ก็ไปสอบใบขับขี่สาธารณะมา แล้วขับเลย ได้เงินวันละ 300-400 บาท ระหว่างนั้นผู้โดยสารมักจะถามผม ว่าไปไงมาไงถึงมาขับแท็กซี่ คงเพราะหน้าตาและบุคลิกผมมันไม่น่าจะมาทำอาชีพนี้มั้ง ผมก็เล่าให้เขาฟัง เชื่อไหม...ทุกคนให้กำลังใจผมหมดเลยนะ (ยิ้ม) อีกอย่างเป็นเพราะแม่ด้วย ผมไม่มีใครไง โตมาก็อยู่กับแม่สองคน เวลาลำบากผมพาแม่ลำบากอีก มันก็เลยเป็นแรงฮึด ว่าต้องสู้
นานไหมกว่าชีวิตจะดีขึ้น
   ผมขับแท็กซี่อยู่ได้สามอาทิตย์ครับ ก็มาเจอผู้โดยสารท่านหนึ่งเป็นผู้หญิง เพิ่งกลับจากอเมริกาและกำลังจะเปิดธุรกิจเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตในเมืองไทย พอเธอได้รู้เรื่องของผมก็ชวน บอกว่าพรุ่งนี้ให้ไปหาที่บ้านตอนเช้า มีงานจะให้ทำ วันรุ่งขึ้นผมก็แต่งชุดทำงาน ขับแท็กซี่ไปเลย เธอก็เล่าให้ผมฟังว่าธุรกิจของเธอเป็นยังไง แล้วก็เสนอตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดให้ ชีวิตผมเลยพลิกกับมาดีขึ้นอีกครั้ง
   แล้วในระหว่างที่ทำงานอยู่นี่เอง ผมได้เข้าไปร่วมงานสัมมนางานหนึ่ง เขาให้ผมขึ้นไป speech เกี่ยวกับ Marketing Strategic และทำ Work Shop ซึ่งในงานนั้นมีผู้จัดการฝ่ายบัตรเครดิตของไทยพาณิชย์ร่วมอยู่ด้วย ท่านก็ได้นามบัตรของผมไป วันรุ่งขึ้นท่านก็โทร.มาชวน ว่าสนใจมาเป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจไหม ผมเลยตัดสินใจย้ายมาทำงานที่ไทยพาณิชย์ จากตรงนั้นก็พยายามพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ จนก้าวมาถึงตำแหน่งปัจจุบันครับ
ถ้าจะให้สรุปหลักการทำงานของคุณในวันนี้...
   มันเป็นความฝังใจของผมที่เห็นพ่อทำงานใหญ่ แปลก แต่ติดดินและทำด้วยใจมาตลอด นอกจากจะทำเต้นท์รถเป็นเจ้าแรกที่รัชดาฯ แล้ว พ่อยังเป็นคนแรกที่ทำสนามแข่งรถในเมืองไทย เป็นสนามลูกรังที่พัทยานี่แหละครับ แต่ตอนนี้กลายเป็นสนามบินไปแล้ว แล้วจัดแข่งระดับเอเชียด้วยนะ ไปเชิญนักแข่งฮ่องกง สิงคโปร์มา ภาพที่ผมจะเห็นบ่อยคือพ่อใส่กางเกงขาสั้นขาดๆ เดินไปเดินมาสั่งงาน พอแข่งเสร็จไม่มีรางวัลหรูๆ ให้ผู้ชนะหรอกครับ แต่พ่อจะถอดหมวกของตัวเองที่ใช้ประจำ ซึ่งเป็นหมวกสานแบบชาวนาชาวสวนใช้กันนี่แหละ ให้ไป ซึ่งนักแข่งเขาประทับใจมาก เข้ามากอดพ่อ เขาชอบที่พ่อทำงานด้วยใจจริงๆ ผมเลยติดนิสัยการทำงานแบบนี้มา
   ผมพยายามสร้างบรรยากาศในการทำงานให้มีความสุข ลูกน้องผมมีตั้งแต่อายุน้อยกว่าผม ยัน 40 กว่า แต่จะมีคาแรคเตอร์ที่ใกล้เคียงกันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนายแบงก์ ขณะที่ผมเป็นเลือดใหม่มาจากสายธุรกิจและงานสร้างสรรค์ ผมต้องเติมความเป็นเพื่อนลงไป โชว์ความสามารถของเราให้เห็น เปิดตัวให้เขากล้าพูดกล้าคุยทุกเรื่อง ไปเที่ยวเฮฮาด้วยกันได้ พยายามประสานความเก่าและความใหม่ให้อยู่ร่วมกันพอดีๆ และมีประสิทธิผลที่สุด ก็เหมือนตัวผมเองที่เอาประสบการณ์ตอนที่ล้มกับความกล้ามาผสมกันไว้นั่นแหละครับ
นอกเหนือจากทำงานที่ธนาคารแล้ว ทราบว่าคุณยังมีงานอื่นอีกด้วย
   ผมเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดและทั่วไปให้กับโรงแรมโกลเด้น คลิฟฟ์ เฮ้าส์ ที่พัทยาใต้ด้วย วันศุกร์เย็นๆ ผมก็ต้องขับรถไปแล้ว เพื่อเตรียมประชุมเช้าวันเสาร์ เมื่อก่อนที่โรงแรมจะดำเนินธุรกิจแบบครอบครัว ผลกำไรแทบไม่มีเลย ผมก็ไปรื้อใหม่ รีแบรนด์ซะ สร้างจุดขาย ทำการตลาดทุกรูปแบบในงบประมาณที่จำเป็นเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาที่โรงแรม เทรนด์พนักงาน ไม่ได้ทำอย่างเดียวคือโฆษณา(ยิ้ม) ทำมาได้ 4 ปีแล้ว ก็ประสบความสำเร็จน่าพอใจครับ ผมเชื่อในเหตุผลและสัญชาติญาณ งานการตลาดไม่ว่าจะสินค้าจะเป็นอะไรแนวทางในการทำงานก็หลักเดียวกัน คือต้องเข้าไปในใจของผู้บริโภค ต้องรู้ว่าเขาต้องการอะไร แล้วพยายามตอบโจทย์ให้ได้
เท่าที่ฟังมาคุณแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย ไม่รู้สึกว่าชีวิตเครียดไปหน่อยหรือคะ
   ก็เอนเตอร์เทนบ้างครับ บางวันก็ไปรื้อฟื้นขับโกคาร์ท ผมเคยเป็นนักแข่งมากก่อน หรือไม่ก็เล่นเรือใบ ชอบอะไรที่เกี่ยวข้องกับความเร็ว ถ้าหมากรุกนี่ไม่ต้องมาคุยกับผมเลย ไม่ทันใจ (หัวเราะ) หรือไม่ก็นั่งดูหนังที่บ้าน ดูแนวแอดเวนเจอร์ หรือแบบธุรกิจ เล่นหุ้น หนังแอ็คชั่นนี่ไม่ชอบ ที่แต่ชอบและทำบ่อยคือไปนั่งดื่มเบียร์เย็นๆ (ยิ้ม) ยิ่งถ้าเป็นริมทะเล นั่งดื่มโต้ลมชมวิว คิดนั่นคิดนี่ไปด้วย เพลินฮะ
   คุณเชื่อไหมว่า บางทีชีวิตคนเรานั้นยิ่งกว่านิยายที่มี “ความล้มเหลว” เป็นตัวร้ายคอยกัดกร่อนจิตใจ หากคุณมีจิตใจที่เข้มแข็งมั่นคงและรอบคอบแล้ว รับรองได้ว่าคุณจะไม่พบกับความผิดหวังบ่อยนัก แต่ก็ใช่ว่าคุณจะหลีกหนีจากมันได้ เพียงแต่คุณมีสติกับรับมือกับมัน แล้วอะไรๆ ก็จะไม่เลวร้ายอย่างที่คุณคิด... เชื่อเถอะ
 
 
 
 
 
       Copyright 2005 Demand De l' homme