ถึงจะเพิ่งผันตัวจากวีเจสาวแห่งแชนนอลวี มารับบทบาทนักแสดงเป็นครั้งแรกในละคร “สะใภ้พาร์ทไทม์” แต่สาวคนนี้ก็ไม่เคยทำให้คนดู (โดยเฉพาะหนุ่มๆ ทั้งหลาย) ผิดหวัง
   ใช่แล้ว...เรากำลังพูดถึง “พิตต้า ณ พัทลุง” ที่หลายคนติดอกติดใจในความสวย ความมั่นใจและมีชีวิตชีวา จนอดไม่ได้ที่จะโทร.ไปหาและขอเจียดเวลาว่างอันน้อยนิดเพื่อมานั่งคุยกัน พิตต้าตอบรับด้วยน้ำเสียงสดใสและมาถึงสถานที่นัดพบด้วยรอยยิ้มเปิดเผยในเวลาที่ตรงเป๊ะ
Little Pitta
   เราเริ่มประเด็นแรกด้วยคำถามถึงครอบครัว เพราะอยากรู้จักเธอให้ลึกกว่าเดิม พิตต้ายิ้มก่อนขยับปากเรียว เล่าถึงครอบครัวด้วยท่าทีที่เป็นกันเอง...
    “คุณพ่อต้าเคยเป็นเลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย จากนั้นก็ไปเป็นผู้อำนวยการสวนสัตว์แห่งหนึ่ง แต่เกษียณมานานพอสมควรแล้วค่ะ ก็เลยออกมาทำธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งใครๆ ก็บอกว่ามีชื่อแปลกมาก “เพื่อนเดรัจฉาน” (หัวเราะ) คือท่านผูกผันกับสัตว์ไงค่ะ เลยเอาชื่อนี้มาตั้ง แต่ทั้งร้านจะไม่มีอาหารอะไรที่เกี่ยวกับสัตว์ต้องห้ามนะคะ ส่วนคุณแม่เป็นแอร์โฮสเตสของการบินไทยมาตั้งแต่สาวๆ จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่นะคะ ต้ามีพี่สาวคนละแม่สองคน ฉะนั้นอายุจะต่างกันมาก ต้าเลยกลายเป็นเหมือนลูกคนเดียวไป
   เด็กๆ ต้าถูกเลี้ยงแบบคุณหนูเหมือนกัน เพราะคุณพ่อคุณแม่ต้องทำงาน ก็ไม่มีเวลามาดูเรา ต้องจ้างพี่เลี้ยง มีคนขับรถไปรับ ไปส่งไปโรงเรียน ต้าเรียนที่มาแตร์เดอีค่ะ เรียนตั้งแต่อนุบาลถึงม.1 ตอนนั้นอายุ 12-13 เอง ก็ต้องย้ายไปเรียนที่ออสเตรเลีย เพิ่งกลับมาได้ไม่กี่ปีนี่เองค่ะ จริงๆ เรื่องที่ไปออสเตรเลียนี่ไม่ใช่ความคิดของต้า เพราะตอนนั้นยังเด็กมาก ยังติดเพื่อน พอรู้ว่าต้องไปร้องไห้กระจุยเลยค่ะ (ยิ้ม) ทำใจไม่ได้ เป็นความคิดของพ่อกับแม่ค่ะ ท่านอยากให้ต้ามาหาประสบการณ์ที่ต่างไป อยากให้ได้ภาษาด้วย แล้วพอดีคุณลุงคุณป้าอยู่ที่นั่น ต้าก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวบ่อยๆ อยู่แล้ว
   จนครั้งหนึ่งไปเที่ยวกันเหมือนเดิมนี่แหละ แต่แทนที่จะเที่ยวอย่างเดียวแม่กลับพาต้าไปดูโรงเรียนโน้นโรงเรียนนี้ ไปดูวันหนึ่งเต็มๆ เลยนะคะ ตกเย็นก็มาถามว่าต้าชอบที่ไหน ต้าก็ตอบไปแบบเด็กน่ะค่ะไม่คิดว่าเขาจะให้มาเรียนอะไร ก็ดูจากยูนิฟอร์มเป็นหลัก (ยิ้ม) ที่ไหนยูนิฟอร์มสวย ต้าก็ชอบที่นั่น เพราะบางที่ไม่ไหวนะคะ สีเขียวแปร้นแบบ...มากๆ ไม่สวยเลย
   จนกลับมาเรียนต่อที่เมืองไทยสักพัก แม่ก็บอก “ออกเถอะลูก ไปออสเตรเลียกัน” ต้างงมาก ไปเล่าให้เพื่อนฟัง เชื่อไหม...วันนั้นทั้งวันตั้งแต่เคารพธงชาติ อยู่ไม่สุขกันเลยค่ะ มันเสียใจ เพื่อนๆ ก็ด้วย แทบไม่มีสมาธิเรียนเลย คุยกันแต่เรื่องนี้
   แต่ถึงเวลาต้องไปจริงๆ ก็ปรับตัวได้ค่ะ จะลำบากหน่อยก็ตอนเข้าโรงเรียนประจำ ตอนนั้นร้องไห้อย่างเดียวไม่พอ เรียกว่ากระหน่ำร้องเลยดีกว่า คือกลัว กังวลมาก เพราะภาษายังไม่เก่ง ไม่กล้าพูด แต่ที่หนักกว่านั้นคือห้องที่ต้องไปอยู่ เพราะห้องพักนักเรียนของที่นี่จะเป็นห้องซอยเล็กๆ ง่ายๆ ในห้องโถงใหญ่ มีผ้าม่านมาขึงไว้รอบๆ ด้านเป็นอานาเขตให้รู้ว่าเป็นห้องนะ แล้วแบ่งสองฝั่ง ซ้าย ขวา ฝั่งละ 2-3 ห้อง มีพัดลมติดเพดานเป็นส่วนกลางแบบให้พัดทั่วถึงกัน ทีนี้มันมีห้องหัวมุมซึ่งยังไม่มีม่าน ต้าต้องไปอยู่ห้องนั้นน่ะ...(เสียงสูง) ไม่ว่าต้าจะทำอะไรทุกคนก็เห็นหมด อึดอัดมากๆ สักพักก็เริ่มทำใจ โอเค...จะมองก็มองไป ต้าก็ทนไป แล้วก็ทนได้ค่ะ (หัวเราะ)
 
 
 
 
 
       Copyright 2005 Demand De l' homme