| |
อากาศร้อนๆ อย่างนี้ ทะเล หาดทรายและสายลมอาจจะทำให้คุณบรรเทาร้อนได้บ้าง แต่แปลกแฮะ ไปเสม็ดคราวนี้อุณหภูมิกลับร้อนขึ้นเป็นหลายเท่า เห็นจะเป็นเพราะดีกรีความเซ็กซี่ของ มาร์ค - สงกรานต์ สโคลส์ หนุ่มลูกครึ่งไทย นิวซีแลนด์คนนี้นี่เอง
The Beginning
ผมเกิดที่เมืองไทย แต่ย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เมื่อ 2 ปีที่แล้วผมกับครอบครัวกลับมาวาเคชั่นที่เมืองไทยประมาณ 6 เดือน หลังจากที่ 15 ปีที่ไม่อยู่ที่โน่นไม่เคยกลับมาเมืองไทยเลย ก่อนที่จะกลับนิวซีแลนด์มีแมวมองคนหนึ่งชักชวนให้ผมไปประกวด Mr. CM2 ของโนโวเทล ซึ่งเป็นปีแรกที่มีตำแหน่งของผู้ชายด้วย ผมโชคดีที่ได้ที่ 1 แล้วหลังจากนั้นก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ
ส่วนการประกวด M Thailand บอกตรงๆ ว่าผมต้องการรางวัลซึ่งก็คือบ้าน จริงๆ แล้วผมไม่อยากดัง อยากมีชีวิตที่สบายๆ มากกว่า เพราะผมชอบเมืองไทยมาก ทั้งเรื่องอาหารไทยและอากาศเพราะที่นิวซีแลนด์จะหนาวมาก ผมอยากอยู่เมืองไทยนานๆ ดังนั้นเป้าหมายของผมคือต้องมีบ้านที่เมืองไทย แต่ผมก็ได้แค่ที่ 2 ถ้าถามผมว่าเสียใจไหม ก็ไม่นะ เพราะจริงๆ แล้ว ผมอยากจะหาประสบการณ์ชีวิตให้มากที่สุด ผมเชื่อในคอมมอนเซ็นท์ของตัวเอง และคิดว่าคอมมอนเซ็นท์เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เราเดินทางได้ไกล เดินได้ถูกทาง
Turning Point
ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยแยกจากพ่อแม่เลย ถึงแม้ว่าวัฒนธรรมของฝรั่งอายุ 18 นี่จะถือว่าโตแล้ว บางครอบครัวลูกออกจากบ้านตอนอายุเท่านี้ แต่ผมโชคดีมากๆ ที่มีแม่เป็นคนไทย แม่รักเรา ไม่อยากให้เราจากแม่ไปนานมากขนาดนี้ อยู่ที่โน่นเรียนอย่างเดียวไม่ต้องเป็นห่วงอะไร เรื่องเงินเรื่องทองไม่เคยต้องคิดเลย อยากทำอะไรก็ปรึกษาพ่อแม่ ไม่มีเงินพ่อก็จะโอเคเดี๋ยวจะให้ Pocket Money ไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ เรียกว่าใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างสนุกสนานและมีความสุข
แต่เมื่อผมตัดสินใจอยู่ต่อที่เมืองไทยชีวิตผมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือเราต้องดูแลตัวเองทุกอย่าง หากินเอง หาที่อยู่เอง ช่วงแรกๆ ผมอยู่กับคุณตาที่ดอนเมือง ซึ่งเดินทางเข้าเมืองทีลำบากมาก ต้องขึ้นมอเตอร์ไซค์มาต่อรถเมล์ ใช้เวลาเดินทางไปกลับตกวันละ 3 ชั่วโมง ผมเลยย้ายเข้ามาในเมืองเพราะสะดวกกว่า จากบีทีเอสก็ไปอันเดอร์กราวนด์ ไปไหนๆ ก็ได้แล้ว
New Kid in Town
ผมชอบงานด้านการแสดงมากๆ เรียกว่ารักเลยครับ ผมเคยดูทีวีมีดาราฮอลลีวู้ด รู้สึกว่าเป็นงานที่สนุก แต่ก็ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้มาทำงานด้านนี้จริงๆ ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นดารา มีคนเรียกผมว่าดารา ผมเขินนะครับ (หน้าแดง) เพราะผมเป็นฟาร์มบอยชีวิตไม่มีทางได้เกี่ยวข้องกับการถ่ายแบบหรือเดินแบบเลย
วงการสอนให้ผมโตขึ้น ทั้งการคิดและการตัดสินใจอยู่ที่ตัวผมหมดเลย เพราะตอนนี้ไม่มีอยู่ข้างๆ คอยให้คำปรึกษาเราแล้ว แต่ยังดีที่ยังโทร. หาแม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องงานอย่างเดียวที่ต้องปรึกษา เรื่องการใช้ชีวิตประจำอีกล่ะ ซึ่งบางทีเราก็ต้องตัดสินใจ วันนี้มีงานนะ หรือวันนี้เราไม่มีงานเราจะทำอะไรดี แทนที่จะนอนอยู่บ้าน เราไปออกกำลังกายหรือเพิ่มเติมภาษาไทยดีกว่า อะไรประมาณนี้
Next Plan
ผมบอกตัวเองเสมอว่า เป้าหมายชีวิตของผมคือการมีบ้าน ดังนั้นเราก็ต้องพยายามทำให้ถึงเป้าหมายนั้น แต่ทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับงานของเราด้วย ซึ่งต้องทำให้ดีที่สุดไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จๆ จบๆ ระหว่างงานแสดงและถ่ายแบบ ผมชอบงานแสดงมากกว่า เพราะได้โชว์ความสามารถ เมื่อเราอ่านบท เราสามารถจินตนาการได้มันจะเป็นยังไง
|
|
| |
|
|