ตื่นเช้ามาก็มายืนดูบ้านที่กำลังสร้าง อยู่กับเขาจนบ้านเสร็จ มีความสุขที่เราได้เห็นเขาเติบโตทุกวัน รัชตะและศิริกุล
ยศไกร ยังจดจำความรู้สึกที่เริ่มสร้างบ้านสีครีม ในเนื้อที่ 150 ตารางวา ได้ไม่ลืมเลือน ถึงแม้ว่าวันนั้นจวบวันนี้จะมา
ผ่านมา 4 ปีแล้วก็ตาม คุณตุ๋ม รัชตะถ่ายทอดที่มาที่ไปและรายละเอียดของบ้านหลังนี้ให้ฟังว่าบ้านนี้เราสร้างขึ้นมา
จากที่เราสะสมไว้ในหัวสมองตลอดมา จากการที่เรามีเพื่อนฝูงเยอะได้เห็นพวกเขาปลูกบ้านกัน และจากการเก็บเกี่ยว
ประสบการณ์ที่ได้จากการเดินทางไปหลายๆ ประเทศ หากวันหนึ่งเราได้ปลูกบ้านเอง เราจะเก็บเอามุมโน้นมุมนี้มา
ย่อส่วนให้เล็กที่สุด ให้ใช้งานได้มากที่สุด
ผมถ่ายทอดความต้องการให้สถาปนิกรุ่นน้องฟังว่าอยากได้บ้านที่ประหยัดพลังงาน ไม่ต้องใช้แอร์ อยากให้ลมเข้า
ทุกทิศทุกทาง และไม่ต้องเปิดไฟมาก ซึ่งก็ได้ดั่งใจนะครับ เป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่เราสามารถดูแลเขาได้ อยู่เพื่อนาที
สุดท้าย ง่ายๆ เล็กๆ อยู่เพื่ออยู่จริงๆ เราเก็บเอาไว้พื้นที่เป็นไม้แดงของบ้านหลังเก่ามาสร้างหลังนี้ ไม้แดงจะขึ้นเงา
สวยมาก เวลาเดินได้ฟิลลิ่ง เหมือนเดินในสนามหญ้า ไม่ปวดน่อง
มองโดยรวมแล้วบ้านหลังนี้มีความเก๋ไก๋กระจายอยู่ทั่วไปภายในบ้าน ด้วยของตกแต่งบ้านที่ทรงคุณค่าแทบจะทุก
ชิ้น กระจกแกะสลัก อุปกรณ์แต่งบ้านที่เก็บหาซื้อมาตลอดระยะเวลาที่ตั้งใจว่าจะสร้างบ้านหลังนี้ มีทั้งที่ไปซื้อที่
เมืองนอก(ระหว่างเดินทางไปดูงานแถวยุโรป) ของเก่าหรือของสะสมที่เก็บมานาน ภายในเนื้อที่ชั้นเดียวมีราย
ละเอียดที่ครบถ้วนตรงตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของ ประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำ และห้องนอน
ของ น้องรุ่งยศ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวที่จัดสรรพื้นที่ทั้งห้องนอนและห้องน้ำอยู่ภายในห้องเดียวกัน
โดยใช้บานประตูกั้นแบ่งพื้นที่ได้อย่างน่าทึ่ง เพียงเลื่อนปิดเปิดเท่านั้น ส่วนมุมประจำของครอบครัวคือห้องรับ
แขกมีแสงสว่างโดยไม่ต้องเปิดไฟ
เราจะใช้ที่ตรงนี้ไว้คุยกัน ดูหนังฟัง เพลงและรับแขกไปด้วยพร้อมกันเลยครับ อาจจะเล็กสักหน่อยแต่ใช้คุ้มค่า
จริง ๆ นะครับ ไฟก็ไม่ต้องใช้ แอร์ก็ไม่ต้องเปิด ไม่ร้อนครับ
ถัดไปนิดหนึ่งเป็นส่วนของโต๊ะอาหารที่ดูน่ารักด้วยเก้าอี้ไม้บุผ้าสีโทนเดียวกัน พอเหมาะพอควรกับครอบครัว
เล็กที่มีสมาชิกเพียง 3 คน โดยห้องครัวทั้งครัวไทยและครัวฝรั่งอยู่ด้านนอกของตัวบ้าน ที่ลืมไม่ได้คือส่วน
ของห้องน้ำรับแขก เพราะตรงนี้เจ้าของบ้านจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้รำลึกถึงเพื่อนเก่า ๆ
ห้องน้ำติดกับห้องรับแขกจะเป็นห้องที่มีความสุขมากๆ เป็นความหลังของเราทั้งหมด จะวางของที่เพื่อนๆ
ให้มา รวมทั้งของสมัยวัยเด็กที่เก็บไว้ เวลาเพื่อนๆ มาก็บอกเพื่อนว่าของของเพื่อนอยู่ในห้องน้ำ เขาก็จะได้
เห็นว่าเรายังคงเก็บของเขาไว้อย่างทรงคุณค่า
แวะชมชั้นล่างเรียบร้อยก็ได้เวลาไต่บันไดขึ้นไปชั้นบนที่น่าจะเรียกว่า ครึ่งชั้น มากกว่า ไต่บันไดวนที่ดีไซน์
ไว้เพื่อประหยัดเนื้อที่ขึ้นไปก็พบของเก่าที่เป็นมรดกสมัยคุณปู่คุณพ่อ
ข้างบนนี่เป็นห้องพระด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์ทางอ้อมที่ได้รับจากการทำชั้นนี้ ประโยชน์ทางตรงก็เพื่อทำให้
บ้านไม่รู้สึกร้อน เพราะหลังคาจะอยู่สูงขึ้นไปอีกหน่อย จะโล่งขึ้น มีการระบายลมที่ดีครับ
ถ้าจะบอกว่า บ้านชั้นครึ่งหลังนี้เป็นศูนย์รวมแห่งด้วยความรักของพ่อ-แม่-ลูกคงไม่ผิดนัก ลูกชายวัย 16 ยังคง
ใกล้ชิดผูกพันรักกันเหมือนเดิม ร่วมทำกิจกรรมในบ้านหลังนี้ด้วยกัน
บ้านหลังนี้อยู่แล้วมีความสุข สิ่งที่สำคัญที่สุด เรามีบ้านเมื่ออายุมากแล้ว ก่อนหน้านี้เราอยู่บ้านมาหลายหลัง
เราสะสมไว้ในหัวสมองแล้ว หลังนี้ไม่มีอะไรพลาดแล้ว เราได้บ้านหลังเล็กๆ ที่จะใช้ชีวิตบั้นปลาย เราทำเพื่อ
อยู่จริงๆ ผมและภรรยาคิดเหมือนกันคือ ยามแก่เราสามารถดูแลบ้านหลังนี้ได้ เราสามารถซ่อมแซมดูแลให้
เขาอยู่ในสภาพเดิมได้โดยไม่ลำบากยากเย็นนัก เราได้ใช้เขาครบทุกพื้นที่ ใช้คุ้มค่าทุกอย่าง ไม่ว่าพื้นที่ใช้สอย
หรือในด้านการประหยัดพลังงาน เราไม่ต้องเสียค่าไฟแพงๆ เพราะไม่ต้องเปิดแอร์
|