1
 
 
 

นับวันงานก็ยิ่งเยอะขึ้นๆ คุณแม่จะเป็นคนคอยดูแลคิวให้ มีพี่ๆ ทีมงานคอยจัดสคริปต์ว่าวันๆ เราต้องพูดเรื่อง
อะไรบ้าง เล่นอะไรบ้าง เขาให้เดินไปทางไหนก็เดิน เขาให้ทำอะไรก็ทำ ถือไมค์ปุ๊ปก็พูดๆๆๆๆ ปั๊ป พอเลิกจาก
งาน อยู่ในช่วงเวลาที่เป็นส่วนตัว ต่อให้อยากสบายๆ แค่ไหน หนูก็ยังต้องดูแลตัวเองให้ดูดี เพราะเราคือดารา
เป็นคนของประชาชนไปแล้ว หนูไม่อยากให้คนดูผิดหวังว่าตัวจริงไม่เห็นเหมือนในทีวี หนูแคร์  แล้วพอ มารวม
กับนิสัยที่เป็นคนเอนเตอร์เทนอีก เลยรู้สึกว่า เอ๊ะ! นี่ฉันเป็นคนหรือหุ่นยนต์กันแน่เนี่ย (ยิ้ม)
มุมมองที่เปลี่ยนไป
หนูตัดสินใจไปเรียนต่อเองเลยนะคะ เพราะว่าเหนื่อยเหลือเกินกับการทำงานทุกวันเกือบ 24 ชั่วโมง มีความรู้สึก
ว่าเราคุยกับคนอื่น คุยเรื่องคนอื่นมากเสียจนลืมคุยกับตัวเองว่าต้องการอะไร รู้สึกอย่างไร เคยไหมคะ ที่มีคนถาม
ว่าอยากกินอะไร แล้วตอบไม่ได้ ไม่รู้ เออ..อะไรก็ได้ หรือถามว่าอาทิตย์นี้ทำงานอะไรไปบ้าง ไม่รู้เหมือนกัน... นั่น
แหละอาการที่หนูเป็น มันแย่นะความรู้สึกแบบนั้น เลยต้องถอยออกมาชาร์ตแบต ขออยู่คนเดียว ขอเวลาคุยกับตัว
เอง ทำอย่างที่ตัวเองอยากจะทำจริงๆ จะได้มีแรงและมีชีวิตที่มีความสุข
ไดอาน่าที่อเมริกาตรงกันข้ามกับไดอาน่าที่เมืองไทยสิ้นเชิงเลยค่ะ หนูปอกเปลือกตัวเองออกหมด ขอใช้คำว่า ทิ้ง
ความเป็นดาราออกไปเลย กลายเป็นน้องหมวยคนหนึ่งที่ดูแลตัวเองได้ วันนี้ฉันจะทำอะไร จะไปไหน กินอะไร  คิด
เองทำเองหมด ตื่นเช้ามาก็ไม่ต้องแต่งตัวแต่งหน้า ผมเผ้าหนูก็จับรวบมัดธรรมดา ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาดๆ ก็
ออกจากบ้านได้แล้ว ไม่มีใครมาใส่ใจมองว่าวันนี้สวยหรือเปล่า  ซึ่งหนูชอบนะ เพราะได้คุยกับตัวเองเต็มๆ อย่าง
ที่หวัง ได้ค้นหาและรู้จักตัวเอง ซึ่งมันก็ทำให้ได้คิดอะไรบางอย่างซึ่งสำคัญต่อหนูมากๆ หนูได้รู้ถึงคุณค่าของทุก
สิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ที่เมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่ น้อง ไปจนถึงงานที่ทำ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ร่วมงาน ทีมงานทุก
คน ตอนอยู่เมืองไทย เรามัวทุ่มความสนใจไปที่งานจนไม่มีเวลาให้สิ่งอื่น จบจากงานก็คอยแต่จะคิดว่าเหนื่อยๆ  ทั้งๆ
ที่มันให้ประสบการณ์มากมายที่เราไปหาซื้อที่ไหนไม่ได้ หนูได้คิดว่าตัวเองโชคดีนะที่มีโอกาสทำงานตั้งแต่อายุ 12
วันนี้หนูผ่านงานในวงการมาแล้วเกือบครบทุกอย่าง ซึ่งแต่ละอย่างมีเสน่ห์ต่างกันและช่วยดึงความเป็นตัวหนูให้ออก
มาให้ชัดขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ได้ลอง หนูก็คงไม่มีวันรู้ว่า
เออ..ฉันก็ทำได้ โดยเฉพาะการเป็นพิธีกรที่ต้องเป็นผู้คุมเกม ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน
มันท้าทายสมองเรามากและได้เรียนรู้ชีวิตของผู้คนหลายประเภท ได้รู้ ว่าเขาดำเนินชีวิตยังไงถึงได้ประสบความ
สำเร็จ  เขาคิดแก้ปัญหายังไง ซึ่งเท่ากับว่าได้รู้ทางลัดเพื่อไปสู่ความสำเร็จของตัวเองไปด้วย

                Content:
       Copyright 2005 Demand De l' homme