1
 
 
 
เกิดปัญหาหนักขนาดนี้ รับมือยังไง
มันเป็นปัญหาที่ไม่คาดคิด เหมือนเราลืมไปว่ามันเกิดขึ้นได้ แรก ๆ ผมก็มึนไปเหมือนกัน รู้อย่างเดียวว่าต้องพยายาม
เพราะมันเกี่ยวกับจิตใจ ซึ่งเป็นปัญหาที่หนักสุดๆ แล้ว ขนาดผมเข้าไปสำรวจสถานที่หลังเกิดเหตุ เห็นศพเกลื่อนไป
หมด ยังใจเสีย ว่าโอ้โฮ... ร้ายแรงขนาดนี้ แต่พอได้ฟังคนที่อยู่ในเหตุการณ์รู้สึกเลย ว่าเขาขวัญเสียกว่าเรามากๆ
มันสะเทือนขวัญจริงๆ คิดดูรอดชีวิตมาแล้ว แต่ญาติพี่น้องละอยู่ไหน บ้านละ บางคนเหลือแต่ตัว
ในแง่ของนักธุรกิจก็ต้องมองว่าทุกอย่างต้องรีบฟื้นฟูให้เร็วที่สุด แต่สำหรับผมจะไม่เร่งมาก ผมว่าวัตถุสิ่งก่อสร้างนี่
แป็บเดียวก็คืนมา แต่ใจเนี่ยต้องใช้เวลา ผมเลยพยายามเทคแคร์จิตใจพนักงานทุกคนก่อน เพราะเมื่อเขาฟื้นเราก็ฟื้น
ผมต้องเข้าไปดูละเอียดเลยว่าใครได้รับผลกระทบอะไร ถ้าพอประคองไหว ผมจะให้เขาทำงานทันที
งานจะช่วยดับความเศร้าความฟุ้งซ่านได้ระดับหนึ่ง ส่วนคนที่อาการหนักหน่อย อะไรช่วยได้ก็ช่วยเฉพาะหน้าไป
ก่อน ที่สำคัญคือการกระตุ้นกำลังใจ อย่าให้ท้อ ผมพยายามบอกเขาว่าของที่เสียไปแล้วมันไม่มีวันได้กลับคืน
นอกจากต้องสร้างใหม่
ช่วงแรกๆ หลังเหตุการณ์การทำงานจะไม่เป็นระบบเหมือนเคย ผมใช้ใจตัดสินอย่างเดียวเลย พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่
ผมถึงค่อยเริ่มปรับระบบการทำงาน ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มวันหยุด แต่จะไม่ปลดคนออก ไม่ซ้ำเติมกัน ผมมองพนักงาน
ทุกคนเป็นเพื่อนเป็นคนในครอบครัว
ปัญหาที่เจอไม่ใช่น้อย ขณะที่เพิ่งมาดูแลธุรกิจได้ไม่นาน มีที่ปรึกษา หรือมีวิธีให้กำลังใจตัวเองยังไง
ก็เพื่อนบางคนยังงงๆ ว่าผมมาบริหารงานระดับใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง 3 ปีที่แล้วยังเที่ยวอยู่เลย แล้วประวัติผมนี่
อือฮือ..เกเรมาก (ยิ้ม) คือตั้งแต่เด็กผมไม่เคยชอบเรียนหนังสือ แล้วเรียนอัสสัมชัน บางรัก โรงเรียนชายล้วนมา
ตลอดด้วย พอม. 4 เหมือนกับคุณพ่อจะรู้ทัน ว่าผมต้องเกแน่ เลยจับสอบเทียบให้เย็นหลังไว้ก่อนว่ายังไงก็จบ
ม.6 แล้ว จากนั้นผมก็พาสมาใช้ชีวิตในเอแบค ทีนี้ละครับ เที่ยวกระจาย ผมว่ามันเป็นชีวิตของเด็กผู้ชายนะ
ต้องเที่ยวต้องเล่น แล้วเพื่อนๆ ในกลุ่มหน้าตาดีกันทั้งนั้น ก็ยิ่งเที่ยววว.. ตอนเรียนมหาวิทยาลัยนี่ กลุ่มผม
ขึ้นชื่อเลยนะเรื่องไม่เอาไหนเนี่ย (หัวเราะ)
ที่มาถึงวันนี้ได้คงเป็นเพราะผมเป็นคนที่ทำอะไรทำจริง เอาให้สุดไปเลย ชอบลองในสิ่งที่ท้าทายและเป็น
คนรู้ตัวเอง อันหลังนี่สำคัญ คือตอนเป็นวัยรุ่นผมก็ใช้ชีวิตวัยรุ่นเต็มที่ อะไรแปลกใหม่ลองหมด แต่รู้ว่า
อะไรดีไม่ดี ถึงไม่หลงไปกับมัน ทีนี้พอโตขึ้น ผมก็เบื่อการใช้ชีวิตแบบนั้นแล้ว เพราะรู้หมดแล้วไง
ก็เริ่มเปลี่ยนมาอยากรู้อย่างอื่นต่อตามวัยที่มากขึ้น เอ๊ะ.. ธุรกิจนี่มันเป็นไง เห็นมานานแล้วแต่ไม่รู้ว่าบริหาร
กันยังไง อยากทำ
อีกอย่าง มันคงเป็นที่วิธีการเลี้ยงดูของคุณพ่อด้วย ที่ทำให้ผมเป็นคนอย่างนี้ คือเขาจะไม่เคยห้ามว่าอย่าทำนะ
แต่ก็ไม่เคยตามใจ เขาจะเป็นตัวอย่างแล้วก็คอยเตือน พอเห็นผมเที่ยวเยอะก็จะมาคุยด้วยแล้ว เฮ้ย..พ่อว่าอย่าง
นี้ไม่เข้าท่านะ พูดเหตุผลสารพัด ให้คิดเองว่าจะเอายังไง แล้วผมก็จะจำนนด้วยเหตุผลของเขาทุกที ก็คุณพ่อเป็นทนายน่ะ พูดยังไงผมก็แพ้ (ยิ้ม) แต่ดีนะครับ มันเป็นการสอนให้เรารู้ข้อเสียของตัวเองด้วยเหตุผลและด้วยใจจริงๆ ไม่ใช่ครับๆ ไปงั้นๆ
เดี๋ยวนี้เวลามีปัญหาคุณพ่อจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีมาก เพราะการบริหารคนมันไม่มีตำรานะครับ ถ้าคิดไม่ตก
หรือไม่มั่นใจ ผมถามคุณพ่อก่อน เพราะท่านบริหารคนมาตลอดชีวิต ส่วนผมเพิ่งเข้ามาได้ 2 ปีเท่านั้น


 
                Content:
       Copyright 2005 Demand De l' homme