|
|
|
 |
ชีวิตที่สับสน
ในชีวิตผมพ่อบังคับอยู่ไม่เกิน 5 เรื่อง อย่างแรกคือเรียนให้จบปริญญาตรี อันนั้นคือบังคับ บังคับแบบสุดๆ พ่อส่งไปเรียนที่อื่นก็บอกว่าให้ทำคอมพิวเตอร์ กอล์ฟแล้วก็ภาษาให้ได้ พ่อจะขีดเส้นให้เดินไม่กี่อย่าง อย่างเรื่องแต่งงาน เรื่องทำงานพ่อไม่เคยบังคับมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมกำลังสับสนตัวเองว่า ชีวิตฉันทำอะไรดี ตำรวจดี การเมืองดีหรือธุรกิจดี แรกๆ ก็มีความคิดเรื่องการเมืองเพราะไม่รู้จะไปทางไหน
พ่อเลยให้ลองเข้าไปทำงานที่ชินฯ ดู ก็ไป... ไปแล้วก็ไม่ค่อยเท่าไร เฉยๆ จากนั้นก็ไปทำร้านกาแฟ คาเฟ่อินน์ และ ร้านถ่ายรูป She@Mood เพราะชอบถ่ายรูป ซึ่งพ่อใช้คำว่า ฝึกเป็นเถ้าแก่ พอเป็นเถ้าแก่ร้านถ่ายรูปแล้วก็ชอบ พ่อไม่นิยมการที่คนทำอะไรไม่เป็นเลยแล้วไปทำการเมือง ผมก็ไม่นิยมนะคนที่เกิดมาเป็นนักการเมือง คือหมายถึงว่าเขาทำอะไรในชีวิตประจำวันไม่ได้แล้วมาทำการเมือง โอเคเขาอาจจะมีหัวการเมือง แต่ผมว่ายังไงเขาก็ไม่มีความสามารถในการบริหารหรือจัดการอะไรบางอย่าง คุณต้องทำชีวิตของคุณให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยเข้ามาบริหารประเทศ ถ้าเกิดคุณยังทำไม่ได้ ยังไม่รู้ทำอะไร พ่อคงไม่ชอบที่อยู่ๆ จบมาแล้วไปเป็นส.ส. เป็นส.ส. อยู่ 20 ปีถัดมาเป็นรัฐมนตรี
ถ้าผมเป็นนักการเมืองตอนนี้อย่างน้อยต้องดีกว่าเป็นเมื่อปีที่แล้วแน่นอน ไปเป็นนักการเมืองปีหน้าต้องดีกว่าปีนี้ ผมคิดว่าต้องสะสมประสบการณ์นิดนึง อย่างที่ผมบอกว่า ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ มีความสุขกับการหาเงินให้ตัวเองได้แล้วค่อยไปแบ่งคนอื่นดีกว่า ไม่ใช่ว่าเรายังดิ้นรน ยังเห็นเงินร้อยล้านเยอะอยู่ ผมไม่เป็นนักการเมือง เพราะโครงการร้อยล้านหมื่นล้านเห็นว่ามันเยอะ ผมคิดว่าผมทำงานไม่ได้
ความสุขที่แท้จริง
นับถึงวันนี้ หากพูดถึงเรื่องงานผมมีความสุขแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะงานมีอะไรต้องคิดต้องทำต้องตัดสินใจ แต่มันก็ทำให้ผมเป็นคนที่กล้าตัดสินใจได้เร็วขึ้น ปกติจะมานั่งคิดโปรเจ็กต์ 10 ล้านจะเอายังไง แต่แค่ปีเดียวจากประสบการณ์ที่ได้ เรารู้แล้วแค่ 10 ล้านเราไม่ทำมันไม่คุ้ม ตอนแรกผมคิดว่าถ้าเรากล้าทำกล้าเสี่ยงมันก็ต้องได้ แต่จริงๆ อย่างที่ผมบอกว่าอะไรที่มาจากหัวเราไม่ดีแน่นอน เพราะว่าเป็นของคนกลุ่มน้อยในประเทศ ไม่ Mass พอที่จะทำให้ทุกหย่อมหญ้าเขาสนใจ แต่ธุรกิจถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่สนุกและไม่สำเร็จด้วย ไม่มีใครกล้าออกจากกรอบออกไปหาอะไรที่แปลกก็จะไม่มีความแปลก แต่ถ้าเกิดไปทำใหม่ๆๆ ตลอดก็อาจจะอันตรายได้ต่อบริษัท อย่างละครทีวีหรือหนังที่ฉีกๆ คนก็ดู แต่สุดท้ายแล้วหนังอยากทำเงินก็ต้องทำเรื่องตลก เรื่องน้ำเน่าอยู่ดี มันปฏิเสธไม่ได้ คือเราฉีกในบางอย่างที่น่าจะฉีก
แต่ถ้าพูดถึงความสุขกับวันว่างผมมีประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ คือมีความสุขกับวันหยุด มีความสุขกับตัวเองได้เยอะมาก เมื่อก่อนผมจะเที่ยวเยอะมาก แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น ผมมักจะใช้วันว่างอยู่ที่บ้านมากกว่าได้เลี้ยงปลา เลี้ยงหมา (ซึ่งคว้ารางวัลให้เจ้าของได้ชื่นชมหลายต่อหลายรางวัล) และเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลาน ถามว่าทำไมผมจึงทุ่มเทกับสัตว์เลี้ยงราคาแพง อาจเป็นเพราะผมเป็นคนชอบทำอะไรแล้วต้องดีที่สุดก็เป็นได้ แล้วชอบอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น อย่างปลาอะโรเวล่านี่ส่วนมากจะเลี้ยงตู้ละตัวเดียว แต่ผมใส่ลงในบ่อทีเดียว 50 ตัว ในเว็บไซต์คนเลี้ยงปลาก็จะบอก เฮ้ย! ช่างกล้า ทำได้ไง คือมันจะกัดกันไง แต่ผมก็กล้าที่จะลองดูแล้วก็ทำได้ ปกติในเว็บไซต์จะด่าโอ๊คอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ถ้าเปิดในเว็บไซต์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงส่วนมากจะชื่นชมไม่มีเสียงด่า ผมรู้สึกดีนะที่อย่างน้อยผมก็มีมุมมองที่เป็นตัวผมจริงๆ ให้คนอื่นได้รับรู้ว่า ไม่งั้นคนจะมองว่าผมไม่ติดดิน เป็นคุณหนูอยู่ตลอดเวลา
|
|
| |
 |
 |
 |
|
|
|
|
|
|