|
|
|
 |
ความรักของโอ๊ค
คนจะมองว่าผมเจ้าชู้ ไม่ว่ารู้ทำไม ผมเป็นคนเข้ากับคนง่ายมากกว่า จะเป็นใครก็แล้วแต่ จะดารารุ่นพี่รุ่นน้อง แต่ที่มีปัญหาจะเป็นดารามากกว่า คนก็เข้ามาคุยเราก็คุยแบบขำๆ สบายๆ ผมไม่ใช่คนที่พยายามจะเดินเข้าไป approach ตัวเองว่า คุณครับ ดื่มอันนี้ไหมครับ (เก๊กเสียงหล่อ) ไม่... จะเป็นตัวเรามากกว่า แต่คนมองเราอย่างนั้นเพราะความที่คุยกับใครก็ได้
แต่จริงๆ ถ้าผมรักใครเป็นแฟนกับใครจะค่อนข้างนาน จะไม่ไปจีบคนโน้นคนนี้เรื่อยเปื่อย บางทีข่าวเกิดขึ้นก็แค่เราเดินเข้าไปคุยกับเขาในงานๆ หนึ่งก็เป็นข่าวแล้ว ผมก็เศร้าพอสมควร เฮ้ย! บ้าแล้ว แล้วอย่างนี้แล้วใครจะมาคุยกับตูวะ ใครเข้ามาคุยก็เป็นข่าว เจอหน้างานคุยกันก็เป็นข่าว...จบ
สำหรับความรักในทุกวันนี้ ผมว่าลงตัวแล้วนะ เพียงแต่ว่าเรายังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน ผมเพิ่งจะเริ่มทำธุรกิจจึงอยากจะทำงานให้มากกว่านี้อีกหน่อย ความโรแมนติกของเราคือการทำกับข้าวทานที่บ้าน ผมค่อนข้างจะทำกับข้าวเก่งพอสมควร เป็นเพราะต้องไปอยู่เมืองนอกไง จะซื้อกินทุกมื้อก็ไม่ไหว ก็เลยทำกับข้าวกินเอง แรกๆ ก็คิดว่าโรแมนติก หลังๆ มันเป็นหน้าที่แล้ว ไม่ได้นั่งกินกันสองคนจะแบบคนนั้นคนนี้วิ่งมาที่บ้านแล้ว เฮ้ย... ทำไอ้นี่ให้กินหน่อย กลายเป็นหน้าที่ก็เลยไม่โรแมนติกแล้ว โดยปกติแล้วผมไม่ค่อยทำอะไรให้ดูโรแมนติกเท่าไร แต่ว่าชีวิตประจำวันเราอยู่ด้วยกันกับเขาแล้วทำให้เขารู้สึกดีก็โอเคแล้ว แต่ถ้าในโอกาสต่างๆ ก็มีของขวัญบ้าง จะให้ความสำคัญกับโอกาสพิเศษ อาจจะไม่ต้องแพงแต่ให้คนที่รับรู้สึกว่าเราตั้งใจ
ครอบครัวคือทุกสิ่ง
ครอบครัวเป็นทุกอย่างของผมเลย ผมดีเลวมา ทำดีมาที่สุดครอบครัวชมให้กำลังใจ ทำผิดอะไรมาเข้ามาปรึกษาครอบครัวก็แก้ไขให้ เปรียบว่าผมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่มากเลยต้นหนึ่งมีร่มเงา แล้วผมก็อยู่ใต้ต้นไม้ ก่อนหน้านี้ผมเบื่อ อยู่แล้วสบายเกินไปไม่ต้องทำอะไรเลย อยากเดินออกนอกเงาไปโดนแดด พยายามจะปลูกต้นไม้ขึ้นมา แต่สุดท้ายถ้าเกิดร้อนจริงๆ ผมจะเดินกลับไปที่ร่มไม้เมื่อไรก็ได้ ผมขาดพวกเขาไม่ได้
ครอบครัวเราแย่ตรงที่ว่าสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก การที่พ่อกอดแม่ แม่กอดพ่อ ลูกกอดพ่อ รักกันไปงานกันเป็นเรื่องปกติของครอบครัวผม ตั้งแต่ก่อนที่พ่อจะเป็นนายกฯ ภาพทุกอย่างสร้างได้ แต่ภาพของครอบครัวเป็นภาพที่อยู่ในบ้านแล้วคนอื่นดันไปเห็นแล้วหาว่าเราสร้างภาพ เวลาคนด่าผมเหมือนหมูเหมือนหมาผมจะไม่ค่อยรู้สึกอะไร แต่ถ้าด่าเรื่องครอบครัวผมจะโกรธทุกครั้ง
ผมว่าชีวิตผมแย่กว่าดารานะ เพราะเขารู้ตัวตั้งแต่แรกว่าถ้าเข้าไปวงการบันเทิงจะต้องดัง ต้องมีคนรู้จัก ชีวิตส่วนตัวเขาต้องหาย แต่ผมเปล่า ผมอยู่ของผมเฉยๆ แต่บังเอิญต้องมาเป็นลูกนายกฯ ผมแย่กว่าดาราตรงที่ว่าไม่ได้เตรียมตัวมาตั้งแต่แรก แต่ก็สอนให้เรารู้ว่าเรายิ่งกว่าดาราตรงที่ว่า ถ้าเขาโกรธก็จะบอกว่าอย่ามายุ่งกับไป จะพูดอะไรคนก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไร แต่ผมทำไม่ได้ กลายเป็นว่าต้องยิ้ม ถ้าคนวิ่งมาขอลายเซ็นร้อยคนก็ต้องให้ทั้งร้อยคน เคยคิดอยากลาออกจากการเป็นลูกนายกฯ นะ (หัวเราะ) ถ้าลาออกได้ผมไปล่ะ แต่ผมก็ได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้พ่อสบายใจ ทำอย่างไรก็ได้แต่อย่าไปต่อต้าน ไม่งั้นจะเหนื่อยกว่าเดิม
เมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริงของเขา เราได้คำตอบที่ชัดเจนว่า เขาก็คือเด็กหนุ่มไฟแรงคนหนึ่งที่ต้องการพิสูจน์ความสามารถของตัวเองให้ปรากฏ เสียแต่ว่า เขาบังเอิญเกิดมาเป็นลูกนายกรัฐมนตรีก็เท่านั้นเอง
โปรย
ผมจะคิดเกมใหม่หรือคิดอะไรตลอดเวลา ไม่ว่าจะเล่นกีฬาหรือเล่นเกมผมจะมีแต้มต่อรอง
ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ มีความสุขกับการหาเงินให้ตัวเองได้แล้วค่อยไปแบ่งคนอื่นดีกว่า
|
|
| |
|
|
 |
|
|
|
|
|
|