A Nice Day on the Top of Europe
คนรุ่นพี่เคยร้องเพลงดีๆอย่าง Top of the World ให้ฟังแล้วก็เข้าใจถึงความสุขเวลาที่เรามายืนอยู่บนที่มุมสูง
ที่สามารถมองเห็นอะไรต่อมิอะไรเบื้องล่างชวนให้เกิดจินตนาการถึงความเป็นมนุษย์
ของเราว่ามันตัวเล็กนิดเดียว ทว่าช่างสรรสร้างสรรพสิ่งให้โลกนี้มีสีสัน อาการ Top of the World นี้นักเดิน
ทางอาจรู้สึกได้จากสถานที่หลายแห่งในโลกหรือแม้กระทั่งการนั่งเครื่องบินริมหน้าต่างแล้วว่างจัดไม่รู้จะ
คิดอะไรดี วิวที่มองออกมาจากหน้าต่างเครื่องบินนั้น อาจสร้างความเหงาระคนกับความโรแมนติคให้ใครหลาย
คนน้ำตาเล็ดน้ำตาไหลกันมาบ้างแล้วล่ะ แต่ในการเดินทางอันยิ่งใหญ่ของใครอีกหลายคนอาจเจอไฮไลท์ที่ว่าบน
ยอดเขาสูงที่เราจะได้เห็นเหล่าขุนเขาสลับซับซ้อนอันเป็นภาพชวนตื่นตาตื่นใจ ยิ่งเป็นภูเขาที่มียอดเขาปกคลุม
ด้วยหิมะแบบที่เมืองไทยไม่มี ก็ยิ่งตะลึงพรึงเพริดเข้าไปใหญ่ไม่เว้นแม้แต่กระเหรี่ยงอย่างผมที่มายืนขนลุกซู่
ซ่าบนยอดเขายุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) ของสวิตเซอร์แลนด์ ที่มันถูกขนานนามว่าเป็น Top of Europe
กว่าจะมาเหยียบที่นี่ได้ก็เล่นเอาน้ำตาไหลไปหลายแหมะเหมือนกันนะครับ ไม่ใช่เพราะความโรแมนติคอะไรหรอก
แต่ค่าตั๋วโดยสารรถไฟที่ขึ้นมานี่ต่างหากที่เล่นเอาขนลุกรอบสองเมื่อการโดยสารรถไฟขึ้น-ลง (แน่นอนว่าเมื่อขึ้น
ไปก็ต้องลงอยู่แล้ว เพราะลงเองก็ตายสถานเดียว) ปาเข้าไป 150 ฟรังก์สวิสหรือสี่พันกว่าบาท ว่าไปแล้วการมา
ตะลุยยุโรปนี่ต้องเตรียมตัวมาให้ดีทีเดียวทั้งในเรื่องของภาษาและค่าใช้จ่าย ไม่อยากลงทุนลงแรงอะไรมากก็มา
ทัวร์เถิด แต่ก็ต้องทำใจกับความเร่งรีบและโปรแกรมมหัศจรรย์ที่เนรมิตการเดินทางไปเยือนประเทศโน้น
ประเทศนี้ได้ภายในเวลาสองสามวันเท่านั้น มาอยู่บนยอดเขาแบบนี้ อย่าต้องให้สูดลมหายใจเลย อาจจะเรียก
ได้แค่มายืนกระพริบตามากกว่า หากไม่รีบร้อน มาเที่ยวเองก็สนุกไปอีกแบบ เพราะเวลาเห็นอะไรสวยๆ เรา
สามารถหยุดดูได้นานกว่าและทำท่าโรแมนติคกับคนรู้ใจได้อย่างไม่มีขีดจำกัดยอดเขายุงเฟราเป็นโปรแกรม
อันดับต้นๆที่หากมาเที่ยวในเขตเทือกเขาแอลป์ของสวิสนั้นไม่ควรพลาด เพราะมันมีอะไรที่น่าสนใจหลาย
อย่างนอกเหนือไปจากการเห็นหิมะขาวโพลนและธารน้ำแข็ง ด้วยความสูงของยอดเขาจากระดับน้ำทะเล
4,158 เมตร อีกทั้งบรรพชนเมื่อเกือบร้อยปีที่แล้วก็ยังอุตส่าห์ทำทางรถไฟลอดใต้ภูเขาขึ้นมายังสถานีที่ตั้ง
อยู่เกือบจะถึงยอดเขาด้วยความสูง3,454เมตรเส้นทางการเดินทางขึ้นสู่ยอดเขายุงเฟรานี้จึงถูกจัดเป็น
มรดกโลกที่รวมเอาเหตุผลของการอนุรักษ์เส้นทางประวัติศาสตร์และความมานะอุตสาหะของมนุษย์ที่ดั้น
ด้นขึ้นมาทำประโยชน์ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้มีโอกาสสัมผัสต่อ
|